Content on this page requires a newer version of Adobe Flash Player.

Get Adobe Flash player

ประวัติคลองแสนแสบ
 
 

        คลองแสนแสบเป็นคลองสำคัญที่เชื่อมต่อจากคลองมหานาค ผ่านย่านสำคัญของกรุงเทพฯ ได้แก่ ประตูน้ำ บางกะปิ หัวหมาก มีนบุรี และหนองจอก ไปออกแม่น้ำบางปะกงที่จังหวัดฉะเชิงเทรา มีความยาวทั้งสิ้นประมาณ 72 กม.
        คลองแสนแสบแบ่งเป็นคลองแสนแสบใต้และคลองแสนแสบเหนือ คลองแสนแสบใต้นั้นเริ่มจากคลองมหานาคไปจนถึงหัวหมากซึ่งไม่ปรากฏหลักฐานในการขุด ส่วนคลองแสนแสบเหนือนั้นเริ่มจากหัวหมากไปจนถึงแม่น้ำบางปะกง ซึ่งปรากฏหลักฐานในพงศาวดารว่าขุดขึ้นในพ.ศ. 2380 ในสมัยพระบาทสมเด็จพระนั่งกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมีวัตถุประสงค์หลักทางด้านยุทธศาสตร์ คมนาคม การค้า การเกษตร และการอุปโภคบริโภคของชุมชนริมฝั่งคลองตามพระราชดำริของรัชกาลที่ 3 ในการขุดคลองแสนแสบ ที่ปรากฎในพระราชพงศาวดารกรุงรัตนโกสินทร์ รัชกาลที่ 3 มีความว่า “ครั้นมาถึงเดือนยี่ ขึ้นมี่ค่ำ ปีระกา นพศก จุลศักราช 1199 จึงโปรดเกล้าฯให้พระยาศรีพิพัฒน์รัตนโกษา เป็นแม่กองจ้างจีนขุดคลอง ตั้งแต่หัวหมากไปถึงบางขนาก เป็นทาง 1,337 เส้น 19วา 2 ศอก ลึก 4 ศอก กว้าง 6 ศอก ขุดอยู่ถึงปีชวดโทศก ศักราช 1202 จึงสำเร็จ”
        ในช่วงต้นรัตนโกสินทร์ มีการอพยพประชาชนเชื้อชาติต่างๆมาตั้งถิ่นฐานทางด้านตะวันออกนอกเขตเมืองเพื่อพัฒนาพื้นที่ป่าให้เป็นพื้นที่เกษตรกรรมสำหรับเมือง เมืองเติบโตและขยายตัวมาทางฝั่งตะวันออกตามแนวคลองโดยมีวัด มัสยิด และวังที่สร้างขึ้นริมคลองเป็นศูนย์กลางของชุมชนที่เกิดขึ้นใหม่ คลองมหานาคและคลองแสนแสบจึงเป็นเส้นทางสำคัญในการเดินทางระหว่างกรุงรัตนโกสินทร์กับเมืองปาจิณ (ปราจีนบุรี) และแปดริ้ว (ฉะเชิงเทรา) โดยเชื่อมแม่น้ำเจ้าพระยาและแม่น้ำบางปะกงเข้าด้วยกัน
        พระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ตั้งเมืองมีนบุรีขึ้นคู่กับธัญบุรีเพื่อผลิตอาหารเลี้ยงประชากรในเมืองและปริมณฑล การทำเกษตรในเชิงธุรกิจเริ่มมีมากขึ้น มีการขุดคลองเชื่อมและคลองซอยขึ้นเป็นจำนวนมากในลักษณะของเครือข่ายที่เชื่อมโยงพื้นที่การเกษตรทั้ง 2 นี้เข้าด้วยกันกับแหล่งผลิตอื่นๆทั่วกรุงเทพฯ โดยมีคลองแสนแสบเป็นเส้นทางหลักที่ลำเลียงสินค้าเข้าสู่ศูนย์กลางเมือง พระองค์ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ขุดซ่อมคลองแสนแสบ “..จากเดิมซึ่งกว้าง 6 วา เป็นกว้าง 8 วา กับให้มีทางโยงทั้งสองฝั่งคลองฝั่งละ 6 ศอกด้วย ทั้งนี้เพื่อเป็นการสนับสนุนการคมนาคมและการค้าขายซึ่งนับวันจะขยายตัวสูงขึ้นให้ได้รับความสะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น..” สินค้าและแรงงานต่างถิ่นอพยพเข้ามาตั้งถิ่นฐานเพิ่มมากขึ้นจนที่ดินริมฝั่งคลองไม่เพียงพอต่อความต้องการ รัฐจึงเปิดโอกาสให้นายทุนเข้ามามีส่วนร่วมในการบุกเบิกพื้นที่รกร้างว่างเปล่าโดยได้รับผลตอบแทนเป็นที่ดินสองฝั่งคลอง ราคาที่ดินปรับตัวสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ปรากฏโรงสี โรงเลื่อย และตลาดที่สำคัญ บริเวณแยกที่เป็นจุดตัดของคลองตามแนวคลองแสนแสบ เช่นตลาดโบ๊เบ๊ ตลาดมีนบุรี และ ตลาด หนองจอก ชุมชนริมคลองแสนแสบมีความสัมพันธ์ใกล้ชิด มีระบบเศรษฐกิจที่พึ่งพาตัวเองและใช้ทรัพยากรที่มีตามธรรมชาติ มีความผูกพันกับพื้นที่และดูแลรักษาสภาพแวดล้อมของชุมชนเป็นอย่างดี
        การเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นในปัจจุบันได้ส่งผลกระทบต่อชุมชนต่างๆตลอดแนวคลองในลักษณะที่แตกต่างกันในแต่ละพื้นที่และมีที่มาจากประเด็นที่หลากหลาย อาทิ จิตสำนึกของชุมชน เศรษฐกิจชุมชน สุขอนามัยของชุมชน สิ่งแวดล้อมทางน้ำ ศิลปวัฒนธรรม สถาปัตยกรรม และ ภูมิทัศน์ชุมชน ตลอดจนกฏหมายที่มีผลต่อคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมของชุมชน ปัญหาต่างๆมีความเชื่อมโยงกันในลักษณะของภาพรวม การพัฒนาคลองจึงต้องเริ่มจากการร่วมมือกันของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง มองภาพรวมเพื่อบูรณาการประเด็นต่างๆเข้าด้วยกัน โดยมีเป้าหมายสำคัญคือการทำให้คุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อมของชาวชุมชนริมคลองแสนแสบพัฒนาขึ้นได้ในระยะยาว